แนวทางการปิดแนวทางการขายที่มือโปรจะต้องทราบ

    177

    การที่พวกเราจะต้องไปเสนอวิธีขายผลิตภัณฑ์ให้ได้หัวแข็งแล้วครับ

    ปิดแนวทางการขายแล้วให้ได้ยอดจำหน่ายนั้นยากกว่าอีก โดยทั่วไปแล้วถ้าเกิดลูกค้าจะไม่ยอมรับการซื้อผลิตภัณฑ์ของพวกเราเขาก็จะอ้างเอาเหตุต่างๆนาๆเพื่อมาปัดการซื้อของพวกเรา สักครู่ผมจะยกตัวอย่างที่ผมเคยพบมาแล้วกันขอรับ ดังเช่น ขอลองคิดดูก่อนครับ ขอความเห็นแฟนก่อนนะ ที่บ้านผมมีแล้ว ฯลฯ แล้วประโยคที่จำต้องกล่าวว่าคงจะยอดฮิดที่สุดก็คือ มันมีราคาสูงเกินความจำเป็น ขาดเงิน
    ตรงนี้พวกเรามาดูวิธีการปิดแนวทางการขายจากลำดับที่หนึ่งของนักขายจากญี่ปุ่น
    ถามหาสิ่งที่มีความต้องการที่จะซื้อ แบบขวานผ่าซาก
    ภายหลังที่พวกเราได้เสนอขายผลิตภัณฑ์ของพวกเราไปแล้ว ก็สามารถขั้นตอนการปิดวิธีขายได้เลยนะครับ รวมทั้งนักขายส่วนมากชอบใช้คำบอกเล่ากลุ่มนี้เป็นการปิดวิธีขาย ดังเช่น “ถัดไปจะเป็นคำแนะนำจากบริษัทพวกเรา ก่อกวนใคร่ครวญด้วยครับผม นัดหมายกันคราวถัดไปเมื่อใดดีนะครับ”
    แล้วถ้าหากคุณนั้นยังคงใช้แต่ว่าคำกล่าวแบบงี้อยู่ ก็ไม่สามรถยนต์ที่จะปิดแนวทางการขายได้หลอกนะครับ เพราะว่าภายหลังที่คุณกล่าวถึงแล้วลูกค้าก็จะตอบกลับมาว่า “เด๋ยวจะพิเคราะห์มองครับผม รวมทั้งประเดี๋ยวผมติดต่อกลับไปครับผม” สรุปแล้วการสนทนาวิธีขายวันนั้นก็ไม่ได้อะไรเลย แปลงเป็นว่าคุยมาตั้งนาน ดันไปเปิดทางทางที่จะให้ลูกค้ากลับไปคิดแล้วไม่ยอมรับการซื้อของพวกเราไปอีก
    เอาละประเดี๋ยวผลจะพูดว่าภายหลังจากการเสนอขายผลิตภัณฑ์ไปแล้วควรที่จะใช้คำบอกเล่าอย่างไรภายหลัง todehuay
    “เป็นอย่างไรกันบ้างครับผม ลูกค้าไม่มีเรื่องที่น่าสงสัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่พรีเซ็นท์ครับ ลูกค้าอยากจะซื้อผลิตภัณฑ์ของพวกเราไหมนะครับ”
    เพราะเหตุว่าภายหลังจากพวกเราเสนอขายผลิตภัณฑ์ไปแล้ว พวกเราก็จะต้องถามต่อถึงความตั้งอกตั้งใจของลูกค้าไปเลยว่าพอใจจะซื้อไหมในทันทีทันใด เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้ตนเองแล้วให้ตัวเลือกการตัดสินใจกับลูกค้าโดยทันที
    ปล่อยมือจากผลตอบแทนของตนเอง
    แม้กระทั่งพวกเราต้องการจะได้ยอดการสั่งซื้อเยอะแค่ไหน ถ้าหากพวกเราได้พินิจแล้วว่าการให้บริการของบริษัทอื่นได้ผลคุณประโยชน์ต่อลูกค้ามากยิ่งกว่า แน่ๆว่าพวกเราก็ไม่สมควรที่จะเสนอบริษัทของตนเอง ด้วยเหตุว่านี่เป็นจิตวิญญาณของความซื่อซื่อสัตย์
    เป็นต้นว่า มีลูกค้าท่านหนึ่งกำปรารถนาเชิ้ตดีๆสักตัว แม้กระนั้นบุคลากรตรวจผลิตภัณฑ์แล้วพบว่าไม่มีผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ต่อจากนั้นก็หายไป และจากนั้นก็กลับมาพูดว่า “จะต้องขออภัยด้วยนะคะ ทางร้านค้าของพวกเราไม่มีเสิ้อเชิ้ตที่คุณลูกค้าอยาก เลยทดลองไปถามผลิตภัณฑ์จากเคานต์เตอร์แบนรด์อื่นนั้นก็ไม่มีผลิตภัณฑ์แบบงี้เช่นกัน จำต้องขอประทานโทษจริงๆจ้ะ”
    วิธีการทำอย่างงี้จะเป็นการสร้างความซาบซึ้งให้ลูกค้า และก็ในอนาคตเขาก็จำเป็นต้องกลับมาแน่ๆขอรับ ด้วยเหตุว่ากำเนิดความซาบซึ้งในบริการของพวกเรา หรือเปล่าแน่นะขอรับเขาบางครั้งอาจจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของคุณวันนั้นเลยก็ได้
    เป็นอย่างไรกันบ้างล่ะขอรับ หวังว่าบทความที่ผมเอามาเขียนให้ทุกคนได้อ่านวันนี้จะมีประโยชน์ต่อนักขายทุกๆคนครับ รวมทั้งขอขอบคุณมากบทความต้นฉบับดีๆจากเว็บไซต์ amarinbooks.com ด้วยครับผม